วันมาฆบูชา เป็นหนึ่งในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลกให้ความเคารพและระลึกถึง เนื่องจากเป็นวันที่เกิดเหตุการณ์อัศจรรย์สี่ประการพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ความสำคัญ และการปฏิบัติในวันมาฆบูชา เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงให้ความรู้หรือสาระน่ารู้

ภาพตกแต่งที่สะท้อนหลักธรรม ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการปฏิบัติธรรม จาก JPS Wallpaper
วันมาฆบูชา ตรงกับวันอะไร
- วันตามจันทรคติ
วันมาฆบูชาจะกำหนดตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีตามปฏิทินจันทรคติไทย
ถ้าปีนั้นเป็น “ปีอธิกมาส” คือมีเดือน 8 สองครั้ง วันมาฆบูชาจะเลื่อนไปจัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 แทน
- วันตามปฏิทินสากล
เมื่อแปลงเป็นปฏิทินสากล วันมาฆบูชามักจะตรงกับช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ หรือต้นเดือนถึงกลางเดือนมีนาคม ขึ้นอยู่กับแต่ละปี

ภาพแนวศาสนาช่วยลดความวุ่นวายทางความคิด และนำจิตใจกลับสู่ความเรียบง่าย จาก JPS Wallpaper
วันมาฆบูชา: ประวัติ เหตุการณ์สำคัญ และความหมายทางพระพุทธศาสนา
ประวัติวันมาฆบูชา
วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่เกิดขึ้นเมื่อกว่า 2,500 ปีก่อน โดยตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งเป็นวันที่พระสงฆ์อรหันต์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย และพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” ซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา นอกจากนี้เรายังมีเนื้อหาเกี่ยวกับ วันวิสาขบูชา ดูเพิ่มเติมที่นี่
เหตุการณ์สำคัญ: อัศจรรย์สี่ประการ

วันมาฆบูชามีความพิเศษเพราะเกิดอัศจรรย์สี่ประการพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ได้แก่:
- พระสงฆ์ 1,250 รูปมาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เหตุการณ์ที่พระภิกษุสงฆ์ 1,250 รูปมาประชุมพร้อมกัน ณ วัดเวฬุวัน ในกรุงราชคฤห์ โดยไม่มีการนัดหมายล่วงหน้า แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางธรรมระหว่างพระพุทธเจ้ากับพระสาวกอย่างลึกซึ้งและแนบแน่น ทั้งหมดต่างเป็นผู้รับรู้ “กาลอันควร” ในทางธรรม จึงพร้อมใจกันมาฟังโอวาทจากพระศาสดาในวันเดียวกันโดยไม่ต้องใช้วิธีนัดหมายแบบโลกีย์
- พระสงฆ์ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์ ผู้บรรลุธรรมสูงสุด พระสงฆ์ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์ ทุกรูปบรรลุธรรมขั้นสูงสุดแล้ว มีอภิญญา 6 หรืออิทธิปาฏิหาริย์ การที่พระสงฆ์ทั้ง 1,250 รูปเป็นพระอรหันต์ หมายความว่า ทุกองค์ได้ดับกิเลสสิ้นเชิงแล้ว ไม่มีกิเลสหลงเหลือ เป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา ใจ การประชุมในวันมาฆบูชาจึงไม่ใช่เพียงการรวมตัวทางกายภาพ แต่เป็นการรวมตัวของ “จิตที่บริสุทธิ์” ในระดับสูงสุด
- พระสงฆ์ทั้งหมดบวชจากพระพุทธเจ้าโดยตรง (เอหิภิกขุอุปสัมปทา) พระสงฆ์ทั้งหมดได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง (เอหิภิกขุอุปสัมปทา) ไม่ผ่านพิธีการตามปกติ คำว่า “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” คือการอุปสมบทที่พระพุทธเจ้าทรงกล่าวเพียงว่า “เอหิ ภิกขุ” แปลว่า “จงมาเถิดภิกษุ” ผู้ที่ได้รับพุทธดำรัสเช่นนี้จะเป็นพระภิกษุสมบูรณ์โดยไม่ต้องผ่านพิธีสงฆ์ 4 รูป สวดญัตติจตุตถกรรมแบบปกติ
- ตรงกับวันเพ็ญเดือนมาฆะ วันพระจันทร์เต็มดวง เดือน 3 การที่เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในคืนพระจันทร์เต็มดวง เดือน 3 (เพ็ญมาฆปุณณมี) ทำให้วันนั้นมีความหมายทั้งทางคติจักรวาลและทางธรรม จันทร์เพ็ญหมายถึงความสว่างเต็มที่ เปรียบกับปัญญาที่สุกงอม บริบูรณ์ ไม่ขาดไม่เกิน เหมาะแก่การประกาศหลักธรรมสำคัญ

หากต้องการวอลเปเปอร์ลายพุทธประวัติที่เหมาะกับวัดหรือห้องพระ
สามารถทักมาขอคำปรึกษาเบื้องต้นกับ jps wallpaper
ความหมายของวันมาฆบูชา
คำว่า “มาฆบูชา” มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต ประกอบด้วย 2 คำ คือ “มาฆะ” ซึ่งเป็นชื่อของเดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติ และเป็นชื่อนักษัตร (กลุ่มดาว) ที่ดวงจันทร์เต็มดวงอยู่ในตำแหน่งนั้น ส่วนคำว่า “บูชา” แปลว่า การสักการะ การระลึกถึง หรือการแสดงความเคารพ
รวมความหมายแล้ว “มาฆบูชา” จึงหมายถึง “การบูชาในวันเพ็ญเดือนมาฆะ” หรือ “การระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 3”
ความสำคัญของวันมาฆบูชา: การประกาศหลักธรรมครั้งสำคัญ

ในวันมาฆบูชานี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดง “โอวาทปาติมกข์” หรือ “ปาฏิโมกข์” ซึ่งเป็นหลักธรรมสำคัญที่รวบรวมหัวใจของพระพุทธศาสนาไว้ โดยประกอบด้วยหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่:
- การไม่ทำบาปทั้งปวง (สพฺพปาปสฺส อกรณํ) หมายถึง การงดเว้นจากการกระทำความชั่วทุกชนิด ทั้งทางกาย วาจา และใจ
- การทำแต่ความดี (กุสลสฺสูปสมฺปทา) คือการสร้างสมบุญกุศลทั้งปวงให้บริบูรณ์ โดยการปฏิบัติตนในสิ่งที่ดีงามอย่างสม่ำเสมอ
- การทำจิตใจให้ผ่องใส (สจิตฺตปริโยทปนํ) หมายถึง การชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ปราศจากกิเลส ด้วยการปฏิบัติสมาธิภาวนา
นอกจากเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์แล้ว วันมาฆบูชา ยังมีความสำคัญอีกประการหนึ่ง คือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงปลงอายุสังขาร โดยในครั้งนั้นพระองค์ทรงทำนายว่าในวันเพ็ญเดือน 6 ที่จะมาถึง พระองค์จะเข้าสู่มหาปรินิพพาน จึงถือได้ว่าวันมาฆบูชาเป็นวันที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญสองประการของพระพุทธศาสนา
กิจกรรมที่ควรปฏิบัติ และ กิจกรรมที่ควรปฏิบัติ ใน วันมาฆบูชา

กิจกรรมที่ควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา
- การทำบุญและรักษาศีล พุทธศาสนิกชนควรไปวัดทำบุญตักบาตรในตอนเช้าเพื่อถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสามเณร และรักษาศีล 5 หรือศีล 8 (อุโบสถศีล) ตลอดทั้งวัน เพื่อสำรวมกาย วาจา และใจให้อยู่ในความดีงาม การรักษาศีลช่วยฝึกฝนจิตใจและความสำรวมตนให้มีวินัยในการดำเนินชีวิต
- การฟังธรรมและศึกษาพระธรรม การฟังพระธรรมเทศนาโดยเฉพาะเรื่องโอวาทปาติโมกข์ซึ่งเป็นหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงในวันนี้ จะช่วยให้เข้าใจหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้องและสามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้
- การเวียนเทียน พิธีเวียนเทียนจัดขึ้นในเวลาค่ำ โดยถือธูป เทียน และดอกไม้เวียนรอบพระอุโบสถตามเข็มนาฬิกาครบ 3 รอบ เพื่อระลึกถึงพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ การถือธูปเทียนดอกไม้สื่อถึงการนำแสงสว่างแห่งปัญญามาขจัดความมืดแห่งอวิชชา
- การปฏิบัติสมาธิภาวนา การเจริญสมาธิภาวนาเพื่อทำจิตใจให้ผ่องใสตามหลักโอวาทปาติโมกข์ การนั่งสมาธิและปฏิบัติวิปัสสนาช่วยให้จิตใจสงบ มีสติสัมปชัญญะ และเห็นธรรมชาติที่แท้จริงของสรรพสิ่ง ซึ่งเป็นเส้นทางสู่ความหลุดพ้นจากทุกข์

กิจกรรมที่ไม่ควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา
- การไม่สำรวมกาย วาจา ใจ ไม่ควรฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ หรือประพฤติผิดในกาม เพราะขัดกับหลักศีล 5 การปล่อยให้โทสะและกิเลสครอบงำ เช่น ทะเลาะวิวาท โกรธเคือง หรือทำร้ายผู้อื่น ทำให้จิตใจขุ่นมัวและไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- การพูดจาไม่เหมาะสมและก่อให้เกิดอกุศล ไม่ควรพูดเท็จ พูดคำหยาบ ด่าทอ ส่อเสียด หรือยุยงให้คนแตกแยก รวมถึงการพูดเสียงดังหรือหัวเราะเอะอะในเขตวัดหรือระหว่างทำกิจกรรมทางศาสนา เพราะถือว่าไม่สำรวมและไม่ให้เกียรติสถานที่
- การดื่มสุราและมัวเมาอบายมุข การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือมัวเมาในอบายมุขเป็นการละเมิดศีลข้อ 5 และทำให้ขาดสติสมาธิ นอกจากนี้กฎหมายไทยยังห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา
- การใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียอย่างไม่เหมาะสม ไม่ควรโพสต์เนื้อหาล้อเลียนศาสนาหรือเมมตลกเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า พระสงฆ์ การโพสต์อวดการทำบุญหรือใช้กิจกรรมทางศาสนาเป็นเพียงฉากถ่ายรูปเพื่อเรียกยอดไลก์ ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะทำให้จิตเอนเอียงไปสู่ความหลงในชื่อเสียงมากกว่าความดีภายใน
แจกพิกัด 9 วัด ที่จัดงาน วันมาฆบูชา สุดอลังการ

วันมาฆบูชา เป็นวันพระใหญ่ที่วัดทั่วประเทศต่างจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะวัดสำคัญที่มีการจัดพิธีกรรมและกิจกรรมที่สมบูรณ์แบบ ต่อไปนี้คือ 9 วัดที่โดดเด่น
วัดในกรุงเทพฯ – เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า
1. วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ

วัดหลวงกลางใจเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างสยามพารากอนและเซ็นทรัลเวิลด์ เดินทางสะดวกด้วย BTS จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอย่างเป็นทางการ พร้อมกิจกรรมครบครันตั้งแต่ตักบาตรพระสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ ไปจนถึงพิธีเวียนเทียนรอบอุโบสถที่มีความสง่างาม เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ และต้องการบรรยากาศการทำบุญแบบสมบูรณ์
2. วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ

อารามหลวงชั้นเอกที่โดดเด่นด้วยศิลปะอ่อนช้อยวิจิตรงดงาม เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช วันมาฆบูชาที่นี่มีพิธีกรรมที่เคร่งครัดและน่าประทับใจ เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ในระดับสูง เปิดให้เข้าชม 08.00-17.00 น.
3. วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ

อารามหลวงแห่งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีพระอุโบสถอันงดงาม จัดพิธีเวียนเทียนอย่างยิ่งใหญ่โดยมีชาวพุทธหลั่งไหลมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก บรรยากาศในยามค่ำคืนเต็มไปด้วยแสงเทียนที่สว่างไสวรอบพระอุโบสถ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความอลังการและต้องการทำบุญในสถานที่ประวัติศาสตร์ เปิดให้เข้าชม 08.00-20.00 น.
4. วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพฯ

วัดที่มีชื่อเสียงจากพระพุทธรูปทองคำแท้องค์ใหญ่ที่สุดในโลก การเวียนเทียนในวันมาฆบูชาที่นี่มีความพิเศษเพราะได้ร่วมบูชาพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร บรรยากาศผสมผสานระหว่างความศักดิ์สิทธิ์และความอลังการของทองคำ เปิดให้เข้าชม 05.00-21.00 น.
วัดนอกกรุงเทพฯ – ไฮไลท์พิเศษทั่วไทย
5. พุทธมณฑล นครปฐม

ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่มีการจัดงานมาฆบูชาอย่างยิ่งใหญ่ มีพื้นที่กว้างขวางและสามารถรองรับพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก การเวียนเทียนรอบพระพุทธมณฑลเป็นภาพที่สวยงามและน่าประทับใจ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบรรยากาศแบบโล่งโปร่งและเป็นทางการ
6. วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช

วัดแห่งนี้จัดงาน “มาฆบูชา แห่ผ้าขึ้นธาตุ” ในช่วงวันที่ 6-12 กุมภาพันธ์ ถือเป็นงานสำคัญประจำปีที่งดงามที่สุดของภาคใต้ จุดเด่นคือขบวนแห่ผ้าพระบฏขึ้นองค์พระธาตุสีขาว-ทองที่สูงตระหง่านและมองเห็นได้แต่ไกล พร้อมพิธีเวียนเทียนที่มีบรรยากาศเต็มไปด้วยแสงเทียนและเสียงสวดมนต์อันศักดิ์สิทธิ์
7. วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน

วัดเก่าแก่ที่มีองค์พระธาตุทรงล้านนาสูงตระหง่าน จัดงานมาฆบูชาอย่างยิ่งใหญ่พร้อมขบวนแห่ผ้าห่มพระธาตุทั้งสองเจดีย์เริ่มเวลา 18.00 น. มีการแสดงตำนานเรื่องราวสองเจดีย์ธาตุและเรื่องราวของวันมาฆบูชาผ่านการแสดง “มินิ ไลต์แอนด์ซาวด์” ทำให้ผู้มาร่วมงานได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับการทำบุญ
8. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เชียงใหม่

วัดสำคัญอันดับหนึ่งของภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่จัดงานสัปดาห์ส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชาที่วัดแห่งนี้ มีการจัดพิธีกรรมตามแบบล้านนาที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์และความงดงาม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบวัฒนธรรมล้านนา
9. วัดพระธาตุพนม นครพนม

วัดที่มีองค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของภาคอีสาน มีพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วภูมิภาคหลั่งไหลมาร่วมพิธีอย่างคับคั่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความศรัทธาและแสงเทียนหมื่นดวง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความศักดิ์สิทธิ์และวัฒนธรรมอีสาน

ภาพพุทธศิลป์โทนสงบช่วยเสริมบรรยากาศที่เหมาะกับการสวดมนต์และนั่งสมาธิ จาก JPS Wallpaper
FAQ รวมเรื่องต้องรู้ ในวันมาฆบูชา
Q1: วันมาฆบูชาคือวันอะไร?
คำตอบ: วันมาฆบูชาเป็นวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติ เป็นวันที่ระลึกถึงเหตุการณ์ที่พระสงฆ์ 1,250 รูปมาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย และพระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งถือเป็น “หัวใจพระพุทธศาสนา”
Q2: ทำไมวันมาฆบูชาจึงสำคัญต่อพระพุทธศาสนา?
คำตอบ: พราะเป็นวันที่รวมทั้งเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ (จาตุรงคสันนิบาต) และหลักธรรมสำคัญ (โอวาทปาติโมกข์) เข้าไว้ด้วยกัน วันมาฆบูชาจึงถูกมองว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าวาง “อุดมการณ์–วิธีการ–เป้าหมาย” ของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างชัดเจน
Q3: วันมาฆบูชาสอนเรื่องอะไรเป็นหลักสำหรับเยาวชน?
คำตอบ: สำหรับเยาวชน วันมาฆบูชาสอนให้เข้าใจ 3 เรื่องหลัก คือ การไม่ทำสิ่งที่ผิด (ไม่ทำบาป), การตั้งใจทำสิ่งที่ดีมีประโยชน์ (ทำกุศล) และการดูแลจิตใจให้สงบและบริสุทธิ์ (ทำจิตให้ผ่องใส)
เมื่อนำมาปรับใช้ จะกลายเป็นพฤติกรรมในชีวิตจริง เช่น ไม่รังแกเพื่อน ไม่โกงข้อสอบ ตั้งใจเรียน ช่วยงานบ้าน และหัดควบคุมอารมณ์ตนเอง
Q4: ทำไมบางปีวันมาฆบูชาจึงเลื่อนไปเดือน 4?
คำตอบ: โดยทั่วไปวันมาฆบูชาจะตรงกับวันเพ็ญเดือน 3 แต่ถ้าปีนั้นเป็น “อธิกมาส” คือมีเดือน 8 สองครั้ง ทางจันทรคติจะเลื่อนวันมาฆบูชาไปจัดในวันเพ็ญเดือน 4 แทน เพื่อไม่ให้กระทบลำดับวันสำคัญอื่น ๆ ในรอบปีทางศาสนา
Q5: หากไม่สามารถไปวัดในวันมาฆบูชา ควรทำอย่างไร?
คำตอบ: หากไม่สะดวกไปวัด ยังสามารถปฏิบัติได้จากที่บ้าน เช่น รักษาศีล 5 ให้ครบตลอดวัน หมั่นระวังการพูด การกระทำ ไม่ให้เบียดเบียนผู้อื่น นอกจากนี้สามารถสวดมนต์ นั่งสมาธิ ศึกษาธรรมะเกี่ยวกับโอวาทปาติโมกข์ผ่านหนังสือหรือสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ ทำให้ยังคงเข้าถึง “สาระของวันมาฆบูชา” ได้ แม้ไม่ได้ร่วมพิธีกรรมที่วัดโดยตรง

หากต้องการ วอลเปเปอร์ติดผนัง , วอลเปเปอร์สั่งพิมพ์ สำหรับตกแต่งห้องพระ สามารถทักมาสอบถามรายละเอียดงานได้ที่ Line:@jps99
วันมาฆบูชาจึงไม่ใช่แค่ “วันพระใหญ่” ที่เวียนมาปีละครั้ง แต่เป็นเหมือนกระจกให้เราหันกลับมามองชีวิตตัวเอง ว่าในแต่ละวันเราได้ก้าวเข้าใกล้หลัก “ไม่ทำชั่ว ทำความดี ทำจิตใจให้ผ่องใส” มากน้อยเพียงใด การรู้ประวัติ เหตุการณ์อัศจรรย์สี่ประการ หรือจำคำบาลีได้ ไม่สำคัญเท่ากับการนำหลักธรรมเหล่านี้ไปใช้จริงกับการเรียน การทำงาน และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างไม่เบียดเบียน
วันมาฆบูชาจึงเป็นมากกว่าวันเวียนเทียนหรือการไปวัดทำบุญ เพราะเป็นวันที่ชวนให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราได้ลดความประมาทในชีวิตลงบ้างหรือยัง กล้าสำรวจข้อบกพร่องของตัวเองแค่ไหน และพร้อมจะปรับปรุงนิสัยเล็ก ๆ ที่ทำร้ายทั้งตัวเราและคนรอบข้างหรือไม่ เมื่อมองวันมาฆบูชาเช่นนี้ ทุกปีที่เวียนมาจะไม่ใช่แค่ “ทำซ้ำตามประเพณี” แต่เป็นเหมือนการนัดหมายกับตัวเองในการพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นทีละขั้น
หากสนใจวอลเปเปอร์ลายพุทธประวัติ
อาทิ พระพุทธเจ้าผจญมาร ติดต่อสอบถามได้ที่ลิงค์ด้านล่าง





